{ภาษาไทย below}

Eng: Dear lovely students and readers…
Th: ถึงนักเรียนและท่านผู้กำลังอ่านอยู่…

E: Most of you who came to my class(es) regardless your religious faith or faithlessness (another form of negative attachment) background may know that I don’t chant the Sanskrit words that most people can’t relate to, to keep the neutral yet spiritual environment in the class for all people in all faiths can relate to. (Yet, I highly respect the language and teachers who do though:)

T: หลายท่านที่เคยเรียนกับผม อาจสังเกตได้ว่า ทำไมครูแบงค์ไม่ท่องมนต์คาถาภาษาสันสกฤตที่ไม่ค่อยมีคนเข้าใจเลย บางทีก็เผอิญได้ยินเสียงพลังงานนักเรียนบางคนบ่น: “เป็นครูโยคะที่แปลกไม่เข้าพวกเบย”

ผมไม่ได้อยากเด่นหรือแปลกอะไร แต่เสียงในใจจากเบื้องบนกระซิบบอกว่า ‘เป้าหมายของภาษา คือ การส่งพลังงานเข้าใจถึงใจ หากภาษาที่สื่อสารไปไม่มีใครเข้าใจ หรือแกล้งเข้าใจ แกล้งอิน ก็ควรใช้ความเงียบสื่อสารใจจะยังดีกว่าครับ (นี่คือ ความเห็นส่วนตัวนะครับ ผมไม่ต่อต้านคนที่ชอบการฟัง-ท่องบทมนตราต่างๆนะครับ และยังเคารพครูที่ใช้การท่องมนตราภาษาแม่จากอินเดียอยู่นะครับ)

อีกอย่างหนึ่ง ผมเห็นว่า นักเรียนผมไม่ได้มีแค่ชาวฮินดู หรือพุทธ อย่างเดียว บางคน มาแนวเซน แต่ไม่ยึดติด บางคนคริตส์ มุสลิม กระทั่งบางคนก็ไม่ถือศาสนา หรือแอนตี้ไปเลยก็มีครับ   ผมเลยตั้งโทนให้เป็นกลางมากที่สุด เพื่อเป้าหมายเดียวกันของทุกศาสนา ความเชื่อได้บรรลุ คือ สันติสุขในปัจจุบันขณะ และการตื่นรู้หลุดพ้นของมนุษยชาติและสรรพสิ่งทั่วจักรวาล

E: However, the word ‘mantra’ refers to as a group of words or sound (traditionally, originally in this case, Sanskrit) that yoga/Hindu/meditation practitioners repeat in order to concentrate during meditation or yoga practice.

T: คำว่า มันตรา หรือ มนตรา มีแก่นความหมาย ว่ากลุ่มคำหรือเสียง(แม้โดยดั้งเดิม คำนี้จะมีกลิ่นของฮินดูและพุทธติดมา) ที่ผู้ฝึกโยคะ ฝึกจิต นำมาท่องเพื่อเพ่งให้เกิดสมาธิ (ประมาณนี้ครับ;)

E: *** Now, here’s my life-changing mantra (it arose during meditation at the waterfall) that I have been practicing in mind since I had my first glimpse of enlightenment during meditation at the waterfall when I was 19, in which I pray and hope some of you could see this as a gift and may contemplate as a homework when you drive back from my class or even as you are reading this NOW:)

T: เอาล่ะครับ ข้างล่างนี้คือมันตราที่ครูฝึกท่องมาตั้งแต่อายุ 19 (เขาเข้ามาในใจ ตอนที่นั่งสมาธิที่นำ้ตกครับ หลังจากที่ทุกข์มามากถึงขีดสุด จนไม่ตายก็ต้องตื่น) ซึ่งผมหวังว่าเขาจะเป็นประโยชน์สำหรับเพื่อนมนุษย์และนักเรียนนะครับ (ให้การบ้านโยคะนี้ไปด้วยแล้ว) ไว้ขบตอนขับรถกลับบ้านจากคลาส(ควรท่องทุกขณะยิ่งดีครับ)และท้าทาย pattern auto-pilot เดิมๆดูนะครับ

Awakening Mantra to ‘chant’ in every Present Moment:
“Right now, at this moment, I am (rather ‘my little EGO’ is) shamelessly ____________.”
((( Breathe in… shamelessly accept… fill in the blank… )))
((( And breathe out! Whew! )))
IMG_5777-0.JPG

“ตอนนี้… ลึกๆแล้ว เรา(เด็กน้อยในตัวเรา)กำลัง __________”
((( หายใจเข้าไปรู้ทัน… ยอมรับอย่างไม่อาย… แล้วเติมคำในช่องว่าง… )))
((( จากนั้น จึงหายใจออก ฮู้! โล่ง! )))
IMG_5776.JPG

E: It takes courage and deep diaphragmatic breathing to breathe the light to shine upon the darkness in your heart and the darkness gets transformed into the Light. Then, you can go beyond the collective auto-pilot patterns of the world, transcend the collective EGO:’)

T: มันต้องใช้ความกล้าที่ไร้ยางอายมากๆไปจนถึงแก่นเลยนะครับ เมื่อเรายอมรับว่า เรากำลังเครียด ลึกๆแล้วเราต้องเสพ Facebook ต่อ  เราก็บอกว่า อั่นแน่ๆ เค้ารู้ทันตัวแล้ว ลองหายใจลึกๆแล้วทำตรงข้ามกับโปรแกรมแบบเดิมๆดูสิจะเป็นอย่างไร อาจจะหยิบหนังสือ book จริงๆที่มีประโยชน์มาอ่าน

เสมือนว่าเราส่งไฟฉาย(ลมหายใจลึก) ลงไปในอุโมงค์มืด ความมืดก็จะแปลงร่างกลายเป็นแสงสว่าเบย:’)

ขอแค่ได้เริ่มรู้ทัน และท้าทาย คุณโก้ (EGO) เขาก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วครับนักเรียน

E: For example, I could fill in the blank the following:
T: เราอาจดูตัวอย่างนี้ก็ได้ครับ

“Right freakin now, I (little Bank) am thinking if people may think I’m crazy writing this weird technique.”
“ตอนนี้เลย เรา(เจ้าแบงค์น้อยแม่ง)กำลังคิดว่า คนคงไม่มาอ่านโพสครูโนเนมนี้หรอก ทั้งแปลกและนอกกรอบ”

“…I am afraid people would like this post.”
“…กำลังกลัวว่าคนคงไม่ชอบและกดชอบโพสนี้หรอก”

“Deep down, I am not* at peace, present.”
“ลึกๆแล้ว เรา *ไม่มีสันติสุขในใจเบย ไม่อยู่กะปัจจุบัลล์เบย”

Etc…

*Notice that whatever you fully accept with deep breaths (long inhalation, especially) will gradually (or suddenly, with practice) be transformed.

*สังเกตครับว่า เวลาที่เรายอมรับสุดจิตสุดใจ ความรู้สึกลบๆเหล่านั้นก็จะค่อยๆหายไปกับลมหายใจเอง

Let’s keep practicing! Clean up inner mess to help ease the outer mess! Let’s stay awaken for a better world, ‘a new earth’!

ตื่นรู้ก่อนสายไปด้วยกันนะครับ! รับผิดชอบต่อมลภาวะภายนอกผ่านการชำระล้างจากภายในร่วมกัน แล้วกลับบ้านที่แท้จริงของเรากัลล์

((( LOVE YOU )))

IMG_5774.JPG

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s